เดินทางสู่ทะเลสีฟ้าคราม เรื่องเล่าจาก อมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์

มิถุนายน 30, 2016   /   byIsarapan  / Categories :  อมารี ฮาว้อดด้า มัลดีฟส์
ahm 2

หากเอ่ยชื่อของรีสอร์ทแห่งใหม่ล่าสุดของโรงแรมอมารีแล้ว … เชื่อว่าหลายๆคน ต้องนึกถึงและมีความใฝ่ฝันที่อยากจะมาสัมผัสรีสอร์ทแห่งนี้สักครั้ง ซึ่งจะเป็นที่ไหนไม่ได้หากไม่ใช่ อมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์ ที่เพิ่งเปิดให้บริการสดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาครับ บทความนี้ผมจะขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับ อมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์ ให้มากขึ้น ผ่านรูปภาพและประสบการณ์ตรงระหว่างทริปที่ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสรีสอร์ทแห่งนี้

14

อมารี ฮาวอดด้า มัลดีฟส์ ตั้งอยู่บนหมู่เกาะปะการัง กาฟู ดาลู ทางใต้ของมาเล่ (เมืองหลวงของมัลดีฟส์) เป็นเกาะใหม่ ซึ่งหมายความว่าที่นี้ยังเป็นเกาะที่มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์อยู่มากๆ

ผมออกเดินทางจากกทม. สู่ มัลดีฟส์ โดยสายการบินศรีลังกา แอร์ไลน์  ซึ่งต้องแวะพักเครื่องที่โคลัมโบก่อน ก่อนที่จะต่อเครื่องยังไปมาเล่  มัลดีฟส์  (สาเหตุที่เราแวะที่ศรีลังกาก่อน ก็เพื่อเยี่ยมชมโรงแรมอมารี แห่งแรกในประเทศศรีลังกาที่กำลังก่อสร้างอยู่ นั้นก็คือ อมารี กอล์ล ครับที่กำลังจะเปิดให้บริการต้นปี 2560 อยากจะบอกว่าศรีลังกาเป็นประเทศที่สวยงาม สงบและมีเสน่ห์สุดๆ หากใครมีเวลาเยอะๆ แนะนำเลยว่าแวะเที่ยวที่ศรีลังกาก่อนแล้วค่อยต่อเครื่องไปมัลดีฟส์ แล้วจะปรับทับใจ) สำหรับใครที่อยากบินตรงก็เลือกบินกับ บางกอกแอร์เวย์ ได้เลย การบินตรงจะใช้เวลาประมาณ 4 ซม.  และข่าวดีคือเที่ยวมัลดีฟส์ไม่ต้องขอวีซ่าครับ

การเดินทางสู่อมารี ฮาวอดด้า มัลดีฟส์ นั้นเป็นไปตามสเตปดังต่อไปนี้ (กรณีที่บินตรง) 

1.สนามบินสุวรรณภูมิ —-> 2. สนามบินนานาชาติมาเล่ ( Ibrahim Nasir International Airport) –ต่อ– เครื่องบิน fixed wing–> 3. สนามบิน Kaadedhdhoo  –ต่อเรือเร็ว–> 4. อมารี ฮาวอดด้า มัลดีฟส์

map

ข้อควรรู้

  1. ค่าโดยสารภายในประเทศจากสนามบินนานาชาติมาเล่ สู่ สนามบินคาเดดฮู และเรือเร็วสู่ รีสอร์ทนั้นรวมอยู่ในราคาห้องพักเรียบร้อยแล้วหากคุณทำการจองผ่านเว็บไซต์อมารี (amari.com)
  2. เมื่อถึงสนามบินนานาชาติมาเล่แล้ว จะมีพนักงานของรีสอร์ทมารอต้อนรับให้สังเกตพนักงานที่ถือป้ายโลโก้โรงแรมอมารี โดยเขาจะนำคุณไปยังเลานจ์ภายในประเทศของสนามบิน (ภายในเลานจ์มีบริการอินเตอร์เน็ต อาหารและเครื่องดื่ม)
  3. การเดินทางจากสนามบินนานาชาติมาเล่สู่สนามบินคาเดดฮู ใช้เวลาประมาณ 55 นาที โดยเครื่องบิน fixed wing  (นั่งสบาย ไม่มึนหัวเหมือน sea plane) จากนั้นนั่งเรือเร็วไปสู่รีสอร์ทอีกประมาณ 10-15 นาทีครับ

ที่สนามบินนานาชาติมาเล่ และสนามบินคาเดดฮู จะมีพนักงานของรีสอร์ทรอต้อนรับคุณอยู่ตรงในยูนิฟอร์มแบบนี้ ดังนั้นไม่ต้องกลัวหลงนะครับ (ขอเพิ่มเติมหน่อยว่าพนักงาน 80% ของรีสอร์ทเป็นคนท้องถิ่นเลย และหนึ่งสิ่งที่ผมประทับมากคือพวกเขามีความ friendly และน่ารักมากๆ เวลาพุดคุยด้วยก็จะยิ้มแย้ม เมื่อขอความช่วยเหลือก็จะกระตือรือร้นที่ช่วยเหลือ นี้แหละครับ Maldivian Hospitality ที่รับรองว่าคุณต้องประทับใจ)

staff 1

เครื่องบิน Fixed wing ณ สนามบินคาเดดฮูครับ

IMG_1976

รูปนี้ถ่ายบนเรือเร็วขณะเข้าเทียบท่าที่รีสอร์ท จากรูปจะเห็นได้ชัดเลยว่าน้ำทะเลของที่นี้มีสีฟ้าครามสด

CSC_0815

แต่เมื่อเรือเข้าใกล้รีสอร์ทมากขึ้น น้ำทะเลก็จะยิ่งใสขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและใสมากจนสามารถมองเห็นพื้นทะเลได้ชัดเจน

26

เมื่อมาถึงรีสอร์ท เรือจะจอดเทียบท่าที่ Jetty (สะพานไม้ทอดยาวจากทะเลสู่รีสอร์ท) เราก็ทำการ check in กันแบบชิลๆ ณ พื้นที่นั่งเล่นตรงนี้ครับ พนักงานก็จะนำเอกสารมาให้เซ็นท์ พร้อมเสิร์ฟน้ำมะพร้าวเย็นชื่นใจ 1 ลูก

DSC_0433

มองจากไปจากล็อบบี้ออกไปสู่สะพาน Jetty

44

เพิ่มเติมครับ โดยปรกติเมื่อมาแขกเดินทางมาถึง พนักงานของรีสอร์ทก็จะมาต้อนรับพวกเราด้วยการแสดงและร้องเพลงฉบับท่องถิ่นแบบในวีดีโอครับ


ก่อนจะไปสำรวจว่ารีสอร์ทมีกิจกรรมอะไรให้เราทำบ้าง เรามาสำรวจห้องพักกันก่อนน่ะ  อมารี ฮาว้อดด้า มัลดีฟส์ มีห้องพัก 2 รูปแบบ ได้แก่ บีช วิลล่า และ โอเวอร์วอเตอร์ วิลล่า ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน คุณก็สามารถชื่นชมทัศนียภาพของผืนมหาสมุทรสีฟ้าครามและเส้นขอบฟ้าได้จากทุกห้อง

สำหรับใครที่ต้องการสัมผัสมัลดีฟส์อย่างใกล้ชิด ขอแนะนำให้เลือก โอเวอร์วอเตอร์ วิลล่า ครับ! เพราะแค่ย่างก้าวลงน้ำจากบันไดของห้องพัก คุณก็สามารถชื่นชมหมู่มวลประการังและฝูงปลามากมายได้อย่างใกล้ชิด ภายในห้องมีอุปกรณอำนวยความสะดวกครบครัน ร่วมไปถึงฟรี Wifi เร็วปรี้ด (Wifi ครอบคลุมทั้งในห้องพักและพื้นที่รอบๆ รีสอร์ท) การตกแต่งห้องพักของที่นี้เน้นความเรียบง่าย เป็นการผสมกันระหว่างความเป็นมัลดีฟส์กับความทันสมัย

overwater-villa-bedroom-1

รูปนี้ถ่ายจากระเบียงของห้องพักที่อยู่เหนือทะเล ดูกันชัดเลยๆ ว่าน้ำทะเลสีสวยใสแค่ไหน

CSC_0481

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
ทุกห้องพักในโซน โอเวอร์วอเตอร์ วิลล่า  มีบันไดลงน้ำเป็นของตัวเอง สามารถเดินลงไปเล่นน้ำได้อย่างสะดวก น้ำตรงบริเวณห้องพักนั้นไม่ลึกมากครับ แต่แม้ไม่ลึกก็มีประการังและปลามากมายแหวกว่ายให้ได้ชมกันแบบใกล้ชิดเลย (ทุกห้องพักมีเสื้อชูชีพให้อยู่ในตู้เสื้อผ้า)

CSC_0483

อีกหนึ่งไฮไลท์ของห้องพักประเภท โอเวอร์วอเตอร์ วิลล่า คือห้องน้ำที่ออกแบบมาได้กลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ เช่น หน้าต่างที่เปิดออกไปแล้วเห็นวิวทะเล มีมุมเปลสำหรับนอนเล่นและสามารถมองเห็นพื้นน้ำข้างล่างได้

ahm bath

สำหรับใครที่อยากสัมผัสการพักผ่อนที่หรูหราขึ้นไปอีกก็สามารถเลือกพักในห้อง โอเวอร์วอเตอร์ พูล วิลล่า ได้ครับ ความพิเศษของห้องนี้คือจะมีสระว่ายน้ำขนาดกะทัดรัดส่วนตัวอยู่บริเวณระเบียงห้องoverwater-pool-villa-terrace-1

หนึ่งในความใส่ใจในธรรมชาติของรีสอร์ทแห่งนี้คือเมื่อคุณเปิดประตูทิ้งไว้ ระบบแอร์ภายในห้องจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติครับ 


มาดูกันต่อที่ห้องพักประเภท บีช วิลล่า ซึ่งจะตั้งอยู่เรียบแนวชายหาดเลียบยาวไปตลอดทั้งเกาะ  บีช วิลล่า นั้นแบ่งแยกย่อยลงไปอีกเป็น 4 ประเภทดังนี้ครับ

  1. Beach Villa = เห็นวิวทะเล + ตั้งอยู่หน้าหาด
  2. Sunset Beach Villa = เห็นวิวทะเล + วิวพระอาทิตย์ตก + ตั้งอยู่หน้าหาด
  3. Beach Garden Pool Villa = เห็นวิวทะเล + มีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่หน้าห้อง + มีสวน + ตั้งอยู่หน้าหาด
  4. Beach Pool Villa = เห็นวิวทะเล + มีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่หน้าห้อง + ตั้งอยู่หน้าหาด

โดยรวมๆ แล้ว บีช วิลล่า จะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า โอเวอร์วอเตอร์ วิลล่า
ภายในห้องมี day bed สำหรับนอนเล่นสบายๆ และห้องน้ำที่มีอ่างจากุซซี่ให้

beach-villa-bedroom-1

ภาพนี้เป็นวิวที่มองออกจากห้องพัก บีช วิลล่า โดยแต่ละวิลล่าจะมีพื้นที่ทอดยาวจากหน้าวิลล่าไปสู่ชายหาดเป็นของตัวเอง จะมีพุ่มไม้กั้นระหว่างพื้นที่ของแต่ละวิลล่า ถือว่าค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวครับ

DSC_0634

ใครชอบห้องประเภทไหนก็ก็เลือกห้องพักตามที่ต้องการได้เลย หรือจะจองทั้งสองประเภทก็ได้เช่น บีช วิลล่า 2 คืน โอเวอร์วอเตอร์ วิลล่า อีก 2 คืน จองแบบนี้ถือว่าคุณได้สัมผัสรีสอร์ทได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบครับ  (รายละเอียด Duo Villa Experience Package)


มาดูเรื่อง อาหารการกิน กันดีกว่าครับ มาพักที่นี้รับรองว่าอิ่มหน่ำสําราญแน่นอน ผมน้ำหนักเกือบขึ้นเพราะกินดีอยู่ดีกว่าอยู่บ้านอีก ที่รีสอร์ทมีห้องอาหารหลัก 2 ห้องครับ คือ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี  ห้องอาหารแบบ all day dinning  ให้บริการอาหารบุฟเฟ่ต์ในสไตล์ interactive cooking คือ ปรุงสดๆ อยากได้รสชาติแบบไหนแจ้งเซฟได้เลยในครัวแบบเปิดโล่ง มี 4 ประเภทอาหาร คือ ไทย จีน ญี่ปุ่น และอินเดียน

อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี

อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี

เรามาดูไลน์บุฟเฟต์อาหารเช้ากันครับ … เอาเป็นว่ามีครบทุกสิ่งอยากที่จะทำให้เราอิ่มท้องและมีเรี่ยวแรงไปสนุกกับกิจกรรมมากมายที่รออยู่!!
AHM 2 ahm1

ส่วนห้องอาหารที่ 2 คือ เอ็มเบอร์ โรบาทายากิ  ให้บริการเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม จุดเด่นของที่นี้คือตัวห้องอาหารจะหันหน้าออกทะเล ลักษณะที่นั่งจะเป็นสไตล์บาร์สำหรับนั่งทานแบบสบายๆ  ถัดจากบาร์ก็จะเป็นครัวแบบเปิดโล่ง เซฟปรุงเสร็จก็เสิร์ฟอาหารจากเตาลงบนจานของคุณแบบสดๆ จานต่อจาน

เอ็มเบอร์ โรบาทายากิ

เอ็มเบอร์ โรบาทายากิ


มีเรี่ยวมีแรงเต็มแมกซ์แล้ว … รออะไรล่ะครับ! ออกไปสำรวจรีสอร์ทกันดีกว่าว่าจะมีอะไรให้เราได้สนุกกันบ้าง

ผมขอสรุปให้สั้นๆ  ว่ามาพักที่นี้มีอะไรให้ทำบ้างดังนี้ครับ

  • เล่นน้ำตื้น ซึ่งเล่นได้ 2 แบบคือ น้ำตื้นในสระว่ายน้ำและน้ำตื้นริมหาด แล้วแต่ชอบเลยครับ หรือเล่นมันไปทั้ง 2 อย่าง … ง่ายดี (มีสระเด็กให้บริการด้วยนะ)

DSC_0627 x

34

  • เล่นกีฬาทางน้ำ … ให้เดินไปที่ Water Sport Centre ของรีสอร์ทครับ ที่เดียวมีครบ แล้วแต่ว่าจะอยากเล่นอะไร เช่น พายคายัค ดำน้ำตื้น (สน็อกเกิ้ล) เล่นเซิฟ เล่นกระดานโต้คลื่น หรือ เจ็ทสกี โดยจะมีทีมงานค่อยให้คำแนะนำเรื่องการใช้อุปกรณ์และเทคนิคต่างๆ ทริปนี้ผมได้เล่นไป 2 อย่างคือพายคายัคและดำน้ำตื้น ส่วนตัวแค่ได้ดำน้ำตื้นก็ฟินแล้ว ดำออกจากแนวหาดไปนิดเดียวก็ได้เห็นทั้งปะการังและฝูงปลามากมาย

DSC_0496

  • กิจกรรมดำน้ำลึก มาถึงมัลดีฟส์ทั้งที ต้องไม่พลาดออกไปสัมผัสโลกใต้น้ำให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยใช้บริการเรือนำเที่ยวท้องถิ่นหรือที่รู้จักกันในชื่อเรือ Dhoni โดยคุณสามารถเลือกกิจกรรมต่างๆ ได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการออกไปล่องเรือชมวิวเฉยๆ  ออกไปดำน้ำ  ออกไปชมฝูงปลาโลมา หรือออกไปดูการตกปลาตอนดึก อยากทำอะไรก็แจ้งกับทางโรงแรมได้เลย โรงแรมจะจัดการทุกอย่างให้ตามที่คุณขอ

Screen-shot-2016-02-10-at-9.05.57-AM

  • สำหรับใครไม่ชอบการผจญภัย อยากจะอยู่นิ่งๆ ปล่อยกายและใจให้สงบไปกับสายลม แสงแดดและเสียงคลื่น ที่รีสอร์ทมีหลายมุมให้คุณเลือกผ่อนคลายครับ มุมโปรดของผมคือมุมนี้ครับ อยู่บริเวณ Thari Bar และ สระว่ายน้ำ โดยจะมีที่นั่งพักผ่อนเป็นเตียงทรงกลม ที่สามารถหมุนได้ 360 องศา อยากนอนชมวิวมุมไหนก็หันไปมุมนั้นโลด  นั่งชมวิวไป อ่านหนังสือไป จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ไป สบายใจจุง

54

58

และอีกหนึ่งมุมโปรดของผมคือบริเวณระเบียงเหนือน้ำของห้องพักตัวเองครับ ไม่ต้องเดินออกไปไหนให้เหนื่อย เพราะวิวจากตรงนี้ก็สวยและสงบไม่แพ้กัน

38

  • สำหรับใครที่ว่ายน้ำ เล่นน้ำจนเหนื่อยและเมื่อยล้า  ต้องการนวดก็สามารถแวะมาที่ Breeze Spa ได้ ที่นี้มีหลายทรีตเมนต์ให้เลือกเลย ที่สำคัญมีพนักงานคนไทยครับ อยากเน้นจุดไหนอะไรยังไง บอกพี่ๆ เขาได้เลย

breeze-spa-06 (1)

เล่นสนุกมาทั้งวันได้เวลาเดินพลังกันอีกครั้งสำหรับมื้อดึก เรากลับมาที่ Amaya Food Gallery อีกครั้ง สำหรับมื้อค่ำที่นี้ค่อนข้างพิเศษหน่อย อย่างที่บอกอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี เป็นห้องอาหารในรูปแบบ interactive experience คือลูกค้าอยากทานอาหารรสชาติไหนก็สามารถแจ้งให้เซฟทราบเลย เพราะที่นี้จะเป็นครัวเปิดโล่งสามารถคุยกับเซฟได้ นอกจากนั้นที่นี้ก็จะมีเมนู Catch of Day เป็นเมนูซีฟู้ดที่หมุนเวียนเปลี่ยนแต่ละวัน

DSC_05231

DSC_0537

จบไปแล้วครับ 1 วันที่แสนสนุกที่อมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์ สำหรับผมแต่ละวันของการพักผ่อนที่นี้ คือประสบการณ์แปลกใหม่ สนุกสนาม และ ตื้นตาตื้นใจ ที่เล่ายังไงก็คงไม่ฟินเท่ากับการได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง … สักครั้งหนึ่ง เชื่อผมสิ! 


ข้อน่ารู้สำหรับการมาพักที่อมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์ 

  1. เดินทางไปพักอมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์ ต้องจ่ายค่าเดินทางภายในประเทศแยกไหม?
    • ไม่ต้องครับหากคุณทำการจองห้องพักผ่าน amari.com ค่าเดินทางภายในประเทศจะรวมอยู่กับค่าห้องพักเรียบร้อยแล้ว
    • แต่! หากคุณจองผ่านเอเจ้นท์หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ คุณจะต้องจ่ายค่าเดินทางที่รีสอร์ทโดยตรง และต้องส่งรายละเอียดเที่ยวบินระหว่างประเทศให้ทางรีสอร์ทเพื่อเตรียมการเดินทางภายในประเทศให้คุณทาง transport.havodda@amari.com
  2. การจองห้องพักอมารี ฮาว๊อดดา มัลดีฟส์ คุณสามารถเลือก “แพ็กเกจชุดมื้ออาหารและกิจกรรม” ได้ตามความต้องการมากถึง 3 รูปแบบ (ขอบอกว่าแพ็กเกจทั้ง 3 นี้ สามารถจองได้ผ่าน www.amari.com ช่องทางเดียวเท่านั้น!)

    1.ชุด Full Board (เป็นชุดมาตรฐาน) = บริการอาหารและเครื่องดื่ม(ระหว่างมื้อ) สำหรับ 3 มื้อ และบริการทัวร์ดำน้ำดูประการังพร้อม
    อุปกรณ์ (1 ครั้ง/การเข้าพัก)

           แต่สำหรับใครที่ต้องการสัมผัส อมารี ฮาว้อดด้า มัลดีฟส์ ให้มากขึ้นก็สามารถอัพเกรดเป็น …..

    2. ชุด All Inclusive = นอกจากบริการอาหารและเครื่องดื่มแล้ว คุณยังสามารถสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เพิ่มอีก! ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง เที่ยงคืน

    3. ชุด Premium All Inclusive = ประสบการณ์การพักผ่อนของคุณจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยคลาสเรียนทำอาหาร (1 ครั้ง/การเข้าพัก) การแนะนำการดำน้ำลึก สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การดำน้ำลึก (1 ครั้ง/การเข้าพัก) นวดสปา 60 นาที (1 ครั้ง/สัปดาห์) และ เซ็ตเมนูดินเนอร์ ที่ห้องอาหารเอ็มเบอร์ โรบาทายากิ (1 ครั้ง / สัปดาห์)

  3. สกุลเงินที่ใช้ที่มัลดีฟส์คือ รูฟียา (Rufiyaa) แต่การใช้จ่ายภายในโรงแรมสามารถใช้บัตรเครดิตและเงินดอลล่าร์ได้ครับ

  • Follow us:

You may also Like


Loading Facebook Comments ...

0 comments

ใส่ความเห็น

Connect With Us!